สำหรับใครที่ชอบความทันสมัยหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าอินเทรนด์
จะต้องได้ยินกับคำว่าแฟชั่น
ซึ่งคำว่าแฟชั่นนี้เองเป็นอีกหนึ่งผลงานศิลปะที่ได้มีการประยุกต์ศิลปะกับการออกแบบเสื้อผ้ามารวมไว้ด้วยกัน
โดยส่วนมากแล้ว แฟชั่นเริ่มมีมากตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่
เพราะในช่วงนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างทั้งทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมด้วย
นอกจากนี้ศิลปะทางด้านแฟชั่นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งรูปแบบการแต่งตัวและการออกแบบชุดต่างๆ ด้วยเรามาดูกันว่าแฟชั่น มีประวัติและความเป็นมาอย่างไรกันบ้าง
สำหรับ แฟชั่น
ตามความหมายที่ได้มีการกำหนดเอาไว้คือ สมัยนิยม หรือที่เรียกกันว่า
การได้รับความนิยมในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งมีการยอมรับกันอย่างมากจนเป็นค่านิยม ซึ่งคำว่า แฟชั่น จะเน้นไปที่การแต่งตัว หรือการออกแบบเสื้อผ้า
เครื่องประดับมากกว่า สำหรับการนำแฟชั่นนั้นมีการพัฒนาที่แตกต่างกัน ซึ่งทั้งนี้จะต้องดูที่
การเมือง เศรษฐกิจ และถูมิอากาศด้วย เช่น ในหน้าหนาว แฟชั่นที่ได้รับความนิยมก็จะเป็นการสวมเสื้อแขนยาว
ซึ่งนักออกแบบเสื้อผ้าก็จะมีการออกแบบเสื้อกันหนาวที่มีลวดหลายและรูปทรงต่างๆออกมามากมาย
ส่วนในหน้าร้อนแฟชั่นที่ได้รับความนิยมก็จะเป็นเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้น
หรือเสื้อกล้าม ซึ่งมีการระบายอากาศที่ดีและไม่ร้อนอบอ้าว ทั้งนี้การนำแฟชั่นต่างๆจะต้องดูความเหมาะสมหรือดูสภาพแวดล้อมรอบข้างด้วย
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวงการแฟชั่นอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ ปี 1920-1930
หรือว่ายุค แฟลปเปอร์ ซึ่งในยุคนี้การแต่งกายของผู้หญิงได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
เพราะผู้หญิงเริ่มมีการสวมใส่กระโปรงเป็นครั้งแรก ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งหลังสงครามเศรษฐกิจได้ตกต่ำอย่างมาก
จึงทำให้ผู้หญิงต้องออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น
ทำให้ผู้หญิงจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่มีขนาดกะทัดรัด
นั่นคือการสวมใส่กางเกงในการทำงานนั่นเอง
อย่างไรก็ตามงานศิลปะทางด้านแฟชั่นยังคงมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามยุคตามสมัย
สำหรับคนที่ชอบแฟชั่นอะไรใหม่ๆจะต้องติดตามเรื่องราวแฟชั่นอย่างใกล้ชิดนะครับ (ศิลปะน่ารู้)
ขอบคุณข้อมูลที่ดีจาก Wikipedia.org



0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น